เล่าประสบการณ์ – กรณีศึกษา รูปถ่ายฝุ่นกรุงเทพจากเครื่องบิน

สวัสดีครับ วันนี้จะมาเขียนเล่าประสบการณ์ที่ได้เจอมา จากที่ผมได้เอารูปถ่ายจากเพื่อนไปโพสต์บนเฟสบุ๊ค แล้วเกิดการส่งต่อกันเยอะมาก จนรูปนี้ได้ออกข่าวไปทั่วเมืองไทย..

โพสต์เฟสบุ๊คที่เป็นข่าว
ทวีตในทวิตเตอร์

เรื่องราวที่เกิดขึ้น…

โพสต์นี้เกิดขึ้นได้จาก เช้าวันพุธที่ 24 มกราคม ก็ดูเฟสบุ๊คตามปกติทุกวัน ไปเห็นรูปถ่ายนี้จากเฟสบุ๊คเพื่อนคนนึง เค้าถ่ายตอนเค้าอยู่บนเครื่องบิน… เพื่อนๆ ก็ขอแชร์กันไป แต่เจ้าตัวไม่อยากเปิดเผยชื่อให้คนเห็นกันเยอะ เลยให้ก๊อปปี้รูปไปแล้วโพสต์กันเองของแต่ละคน
//
ผมก็โพสต์ไปตามปกติ บอกเจ้าของรูปแล้วนะว่านายก็เป็น “มิตรสหายท่านหนึ่ง” ไปละกัน .. และทวีตไปในทวิตเตอร์ด้วยซึ่งทวีตไปสองครั้ง ครั้งแรกไม่ได้ใส่แฮชแท็กก็เลยลบแล้วทวีตใหม่อีกที



พอโพสต์ไปแล้ว เพื่อนในเฟสบุ๊คบางคนก็แชร์กันไป บางคนก็เม้นต์ขอแชร์ บางคนก็แชร์ไปเลย … จากนั้น ก็เริ่มมีบางเพจแชร์ไป มีคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนแชร์ต่อกันไปอีก
//
จนมันเยอะขึ้น ก็เลย edit เพื่ออธิบายเพิ่มเติม …
แล้วมันเยอะขึ้นๆ จนเริ่มมีคนคอมเม้นต์เยอะขึ้น แล้วเริ่มมีสำนักข่าวส่งเมสเสจเข้ามาเพื่อขอรูปไปลงข่าวครับ..

จนถึงตอนนี้ตอนที่เขียนบทความนี้อยู่ (วันอาทิตย์ที่ 27 ม.ค. 62) ก็ยังมีคนมาคอมเม้นต์ในโพสต์อยู่เลย แต่ผมไม่ได้ notification จากเฟสบุ๊คมาตั้งแต่เย็นวันศุกร์ละครับ..

เป็นข่าว

โพสต์นี้เป็นข่าวไปหลายที่เลยครับ เริ่มจากเจ้าที่ส่งข้อความเข้ามาขอรูป และขอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนนะครับ

เจ้าแรกที่เข้ามาขอรูปไปลงข่าวคือช่อง GMM25 ครับ รูปนี้ก็เลยได้ไปออกในรายการ “แฉ” ในวันที่ 24 มกราคม 2562 ครับ

รายการแฉเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562

ต่อมา ทีมงานเรื่องเด่นเย็นนี้ ก็ติดต่อมาครับ มาเห็นลิ้งก์จากช่องสาม ก็วันที่ 25 แล้วล่ะ เค้าขอข้อมูลไป แล้วได้เอารูปไปถามทางจิสด้าด้วย เป็นทีมงานที่ทำงานได้รอบคอบดีครับ ตามไปอ่านได้ที่ จิสด้ายันภาพฝุ่นขาวโพลนถ่ายจากบนเครื่องบิน เป็นฝุ่นจริงคลุม กทม.

จากนั้น เว็บ kapook.com ก็ติดต่อเข้ามาครับ ขอนำไปประกอบกับข่าว น่ากลัวมาก เผยภาพถ่ายบนเครื่องบิน ฝุ่นละอองขาวโพลน ปกคลุมทั่วกรุงเทพฯ


น่ากลัวมาก เผยภาพถ่ายบนเครื่องบิน ฝุ่นละอองขาวโพลน ปกคลุมทั่วกรุงเทพฯ

ทางสำนักข่าว TBS จากญี่ปุ่น ได้ติดต่อมาเพื่อขอนำภาพไปลงข่าว แต่ผมหาลิ้งก์ข่าวไม่เจอนะครับ เดี๋ยวถ้าเจอแล้วจะเอาลิ้งก์มาลงอีกทีนะครับ

สุดท้าย sanook.com … จริงๆเจ้านี้เค้าเอารูปไปลงข่าวก่อนแล้วครับ เพื่อนเอามาบอก ตอนแรกก็เอาไปเขียนบอกในทวิตเตอร์ ทาง สนุก เค้าเลยส่ง dm มาขอโทษแล้วครับ -> ภาพถ่ายจากห้องนักบินเผยให้เห็น “ฝุ่น” หนาแน่นเต็มน่านฟ้า ต่ำกว่า 9,000 ฟุตโดนหมด


ภาพถ่ายจากห้องนักบินเผยให้เห็น “ฝุ่น” หนาแน่นเต็มน่านฟ้า ต่ำกว่า 9,000 ฟุตโดนหมด

สื่อที่ไม่ได้มาขอก่อนเอารูปไปใช้

อันนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่า ที่เอามาบอกกันนี้ไม่ได้โกรธอะไรหรอกนะ แต่ด้วยความที่มีสำนักข่าวที่ติดต่อเข้ามาก่อนที่จะเอาไปลงข่าวด้วย ผมเลยมีความรู้สึกที่เปรียบเทียบนิดนึง

ไม่รู้ว่าจะแจกแจงได้หมดรึเปล่า เพราะจะได้รับรู้แต่ที่เพื่อนบอกมาและที่ค้นในกูเกิ้ลด้วย แค่นั้นครับ

สำหรับเรื่องการออกข่าว ได้เห็นความรอบคอบของสื่ออย่างนึงครับ .. ในโพสต์เฟสบุ๊คของผมจะมีลิ้งก์ของลาซาด้าอยู่ในข้อความ .. สื่อส่วนใหญ่จะตัดส่วนนี้ออกครับ ซึ่งถือว่ารอบคอบมากครับ แต่บางเจ้าก็แคปรูปไปดื้อๆเลย ไม่ตัดข้อความส่วนนี้ออกเลย .. หรือบางเจ้าก็ก็อปปี้ข้อความไปลงในเนื้อข่าวด้วยเลย แถมลิ้งก์ไปลาซาด้าให้ผมด้วย ^^ .. ถึงตรงนี้ ก็รีบไปดูข่าวที่ท่านเขียนนะครับ คราวหน้าก็ดูเนื้อหาข่าวให้ดีก่อนที่จะกด submit นะครับ

สิ่งที่แตกต่าง

เกิดเป็นไวรัลได้ยังไง

เมื่อเกิดเหตุขึ้น เรามักจะถามกันเสมอว่า มันเกิดขึ้นได้ยังไง? สำหรับเหตุการณ์นี้ ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าโพสต์ของผมอันนี้มันเกิดการแชร์กันยกใหญ่ได้ยังไง .. เพราะเพื่อนๆผมหลายคนก็เอาไปโพสต์ในเฟสบุ๊คเค้ากัน แต่ก็ไม่ได้เกิดเป็นไวรัลแบบโพสต์ของผม

ข้อแรก… เรื่องฝุ่นนี้เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ในกรุงเทพให้ความสนใจกันมากในขณะนี้ครับ … เมื่อวานได้คุยกับญาติ เค้าก็เลยนึกถึงกรณีของเพจลงทุนแมน ที่เค้าจะเลือกเขียนเรื่องที่เป็นความสนใจของคนทั่วไป 5 อันดับแรกก่อน….

ข้อสังเกตที่สองคือ ตัวรูปภาพเอง รูปนี้เป็นรูปที่สวยมาก และเป็นรูปที่มี impact มาก เพราะเป็นรูปที่ความชัดเจนกับเหตุการณ์ฝุ่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จึงมีผลกระทบกับอารมณ์ของผู้ที่ได้เห็นรูปนี้เป็นอย่างมาก

ข้อสังเกตอย่างที่สาม แฮชแท็ก  … แฮชแท็กเป็นสิ่งที่แตกต่างระหว่างโพสต์ของผมกับโพสต์ของเพื่อนๆครับ โพสต์ของเพื่อนๆไม่มีใครใช้แฮชแท็คเลย แต่ผมใช้แฮชแท็กในโพสต์ของผมด้วย .. แฮชแท็กที่ผมใช้มี 3 อันคือ #มิตรสหายท่านหนึ่ง #ฝุ่น #ฝุ่นpm25 ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังอยู่ในความสนใจของคนกรุงเทพในขณะนี้ครับ และแฮชแท็กก็ช่วยกระจายข้อความของเราให้คนอื่นๆนอกจากเพื่อนมองเห็นได้มากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อสังเกตสามอย่างนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์ของผมเท่านั้น… มันอาจจะมีปัจจัยอย่างอื่นที่ช่วยให้โพสต์นี้ไปได้ไกลขนาดนี้ด้วยนะครับ

พฤติกรรมชาวเน็ตที่เจอ

เมื่อโพสต์นี้ไปไกลถึงขนาดนี้ ผมก็ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมบางอย่างของชาวเน็ตที่ผมสังเกตเห็นจากโพสต์นี้นะครับ

การแชร์ – แชร์, เมนชั่น

ผู้คนยังคงแชร์โดยการกดปุ่มแชร์อยู่นะครับ โพสต์นี้มียอดแชร์อยู่ที่ประมาณ 23000 แชร์ครับ

แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ คอมเม้นต์ประมาณ 90% ของ 4900 คอมเม้นต์ เป็นคอมเม้นต์ที่เมนชั่นชื่อคนอื่นให้มาดูโพสต์นี้ ซึ่งจะเห็นพฤติกรรมคนเปลี่ยนไป ่คืออยากจะแชร์น่ะแหละ แต่จะแบ่งให้คนเฉพาะกลุ่มมาดูเท่านั้น

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์ที่เกิดขึ้น จะแสดงความเห็นต่างๆนานา บางคนก็เมนชั่นเรียกเพื่อน เรียกคนในครอบครัวมาดูมาอ่านกัน พร้อมแสดงความห่วงใยต่อกัน .. มีอยู่คู่นึงมาพ่อแง่แม่งอน reply กันอยู่บนโพสต์ผมนี่ ราวกับว่ามีเค้าคุยกันอยู่สองคน ^^

บางคอมเม้นต์ก็มาถามคำถาม เราก็จะเห็นว่าข้อมูลข่าวสารจะยังไปไม่ทั่วถึง ก็ช่วยกันตอบคำถามกันไปครับ

การเมือง

บางคอมเม้นต์ก็ไปแนวการเมือง แซะรัฐบาลบ้าง ฉีดน้ำบ้าง… ซี่งเราก็ต้องดูการดำเนินการของรัฐบาลต่อไปนะครับ มีบางคอมเม้นต์ที่แรงๆ ก็พยามปรามอยู่นะ แต่เค้าแรงเราต้องอ่อน.. ผมขอยอมแพ้ดีกว่าที่จะต่อความยาวสาวความยืดอะนะ

ที่ไหนที่มีคน ที่นั่นย่อมมีการค้า

ขายของ

ที่ไหนที่มีคน ที่นั่นย่อมมีการค้า … ที่โพสต์นี้ของผมก็เหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่ลิ้งก์ลาซาด้าที่แปะไว้ในในแคปชั่นนะ ในคอมเม้นต์ก็มีคนมาขายหน้ากากกันฝุ่นกันเรื่อยๆเลยล่ะ

ไปซื้อหน้ากาก N95 ที่ลาซาด้าได้นะ
https://c.lazada.co.th/t/
c.ZPK7?sub_aff_id=facebook


ไปซื้อเครื่องกรองอากาศ http://bit.ly/2UaAfNZ

3M Filtrete กรองอากาศสำหรับแอร์ในบ้าน
ลาซาด้าก็มี 3M Official Store -> http://bit.ly/2FW7TmC
อีกร้าน -> http://bit.ly/2S8wbQS

รูปตัดต่อ

งานนี้ก็มี นักเลงคีย์บอร์ด มาตั้งข้อสังเกตว่า “ตัดต่อรูปมาบ้างล่ะ” “เอารูปจากที่อื่นมารึเปล่าดูผังเมืองไม่น่าจะใช่กรุงเทพเลย” ซึ่งตรงนี้ผมก็พอจะเข้าใจนะ เพราะเทคโนโลยีการปรับแต่งรูปถ่ายสมัยนี้มันล้ำหน้าไปไกลมากแล้วล่ะ … เพียงแต่ผมมีคนที่มาคอมเม้นต์นี้แหละที่ช่วยกันส่งหลักฐานเข้ามาเพิ่มเติม เช่นรูปที่ถ่ายมาจากมุมใกล้เคียงกัน หรือรูปถ่ายฝุ่นบ้าง… แต่เรื่องภาพตัดต่อนี่แบบ… พี่แกแรงอะ.. เราก็พยามอธิบายแล้วนะ … แต่พระเอกก็มาช่วย เมื่อทางช่องสามได้ไปถามจิสด้ามา… ผมนี่แบบ เอาลิ้งก์พี่ไปแปะในแคปชั่นเลย ประเด็นเรื่องภาพตัดต่อนี่ก็เลยตกไปครับ

แอดเฟรนด์ / ฟอลโลว์

อันนี้แบบ ไม่รู้จริงๆนะ… จากเหตุการณ์นี้ทำให้มีคนมาแอดเฟรนด์ผมหลายคนเลย แล้วมีคนมาฟอลโลว์อีกเยอะอยู่เหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นคาดหวังอะไรจากการมาติดตามผมกันนะ อยากรู้จริงๆเลย … ใครรู้ว่าเค้ามาติดตามผมทำไม ช่วยคอมเม้นต์ไว้ใต้โพสต์นี้ด้วยนะครับ หรือ inbox มาที่เพจ theeravat.com ก็ได้นะ


เอาล่ะ … โพสต์นี้ก็ได้เล่าประสบการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ได้ออกข่าวทั้งออนไลน์ ทั้งทีวี ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่โพสต์เฟสบุ๊คไปออกก็ตามที… ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยทีเดียวล่ะ

Leave a Reply